วิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อนได้ไม่ยาก...ด้วยหลักคณิตศาสตร์ประถม

0

เรียนรู้คณิตศาสตร์ประถม เพื่อเพิ่มทักษะการวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน และพัฒนาเซนส์ด้านข้อมูล

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน, ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อการวิเคราะห์, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

คณิตศาสตร์ระดับประถมทั่วโลกออกแบบการวางรากฐานให้นักเรียนมีทักษะพื้นฐานการคิดวิเคราะห์ เพื่อต่อยอดความรู้ในการศึกษาขั้นสูงขึ้นต่อไป

แต่การสอนเด็ก“ทุกคน” ให้คิดวิเคราะห์ปัญหาโจทย์ที่ซับซ้อนได้นั้นเป็นความท้าทายของครูคณิตศาสตร์อย่างมาก จึงมีการสอนให้เด็กเรียนรู้และจดจำวิธีทำโจทย์เพื่อให้สอบผ่าน นอกจากนี้ยังมีการสอนสูตรลัดในการแก้ปัญหาโจทย์ที่ซับซ้อนแล้วท่องจำเพื่อใช้ในการสอบโดยไม่มีการอธิบายให้เข้าใจถึงเบื้องหลังกระบวนการคิด ที่มาที่ไป ของสูตรลัดนั้นอย่างเพียงพอ

หลายคนก็มีความเชื่อที่ว่าการแก้ปัญหาโจทย์ที๋ซับซ้อนด้วยการรู้สูตรลัดโดยไม่ต้องเข้าใจคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ส่งผลให้มีนักเรียนจำนวนมากที่ผ่านชั้นเรียนประถมโดยไม่ได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงานจึงไม่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง จำนวนมากไม่กล้าลองผิด ลองถูก เพื่อหาคำตอบของโจทย์ อันเป็นทักษะที่เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญในการแก้ปัญหาโจทย์ที่ซับซ้อนในชีวิตจริง โดยมุ่งศึกษาหาสูตรลัด(ที่อาจมีหรืออาจไม่มีอยู่จริง)ในการแก้โจทย์ปัญหานั้น

ทดลองทำโจทย์คณิตศาสตร์ระดับประถมต้น

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน, ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อการวิเคราะห์, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

ขอให้ทุกท่านใช้เวลาสักครู่ ลองหาคำตอบ แล้วจึงค่อยอ่านบทความในย่อหน้าถัดไป

ผมเชื่อว่ามีหลายท่านเริ่มต้นการแก้ปัญหาด้วยการพยายามสร้างสมการเพื่อหาคำตอบในข้อนี้ บางท่านคิดสมการออก บางท่านคิดไม่ออกเพราะไม่ได้ฝึกฝนการแก้สมการมานานแล้ว และอาจจะมองว่าอันนี้เป็นเรื่องสมการ แล้วเป็นคณิตศาสตร์ประถมแน่หรือ เพราะหลักสูตรคณิตศาสตร์ล่าสุดได้เอาเนื้อหาสมการออกจากระดับชั้นประถมไปที่มัธยมแล้ว

นี่คือความท้าทายของการศึกษาคณิตศาสตร์ในระดับประถมที่มีแนวการสอนว่า เมื่อต้องการทราบค่าอะไร ให้แก้ด้วยการกำหนดตัวแปร (ก็คืออยากรู้อะไรให้กำหนดค่าเป็น x แล้วกำหนดสมการ) แปลงเป็นสมการแล้วทำการคำนวณ

แท้จริงแล้วสมการเป็นเพียงวิธีหนึ่งในอีกหลายวิธีทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา โดยทักษะเพื่อแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนที่ได้ฝึกฝนจากคณิตศาสตร์ระดับประถมได้แก่

1) ทักษะการอ่านและตีความโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน - ฝึกฝนการแบ่งแยกโจทย์ที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนประกอบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้การแก้ไขโจทย์ปัญหาได้

2) ทักษะการมองเห็นภาพและจินตนาการ – หลายครั้งเมื่อไม่สามารถแบ่งโจทย์ข้อความที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายได้ จะต้องฝึกการมองเห็นภาพแปลงโจทย์คำถามที่เป็นข้อความให้เป็นภาพด้วยการจินตนาการ (หลักสูตรคณิตศาสตร์ประถมของประเทศสิงคโปร์ เน้นการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีนี้)

3) ทักษะการอนุมาน พินิจพิเคราะห์ และใช้สัญชาตญาณ – สุดท้ายเมื่อไม่สามารถหาวิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ ก็จะใช้วิธีการลองผิดลองถูกแบบมีหลักการคือ การตั้งสันนิษฐานอนุมานถึงสาเหตุจากผลที่เกิดขึ้น พินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ และใช้สัญชาตญาณทางคณิตศาสตร์เพื่อลองผิดลองถูก เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง

แนวทางการแก้โจทย์ปัญหานี้ของเด็กประถมต้น

1) เข้าใจคุณสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสว่า ทุกด้านมีความยาว “เท่ากัน” (เพื่ออธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นผมใส่สัญลักษณ์ตัวอักษร a b และ c ให้เห็นความเท่ากันของทั้งสี่ด้านของแต่ละรูป)

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน, ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อการวิเคราะห์, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

2) จินตนาการภาพ โดยด้วยความเข้าใจคุณสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตามรูป a + b + c = 17 เซนติเมตร แบบที่ 1

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน, ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อการวิเคราะห์, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

3) จินตนาการภาพตามรูป a + b + c = 17 เซนติเมตร แบบที่ 2 ซึ่งจะทำให้เห็นภาพความยาวรอบรูป 3 ด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปกลาง

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน, ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อการวิเคราะห์, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

4) คำนวณความยาว 3 ด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปกลาง >>> 17+4+3 = 24 เซนติเมตร

5) คำนวณความยาว 1 ด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปกลาง >>> 24÷3 = 8 เซนติเมตร

คำตอบ >>> ความยาวแต่ละด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัสคือ 8 เซนติเมตร

จะเห็นได้ว่าปัญหานี้เรียบง่ายด้วยบริบทของความเข้าใจคุณสมบัติรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สามารถคำนวณคำตอบได้โดยไม่ต้องใช้สมการ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ระดับประถมต้น เพราะการคำนวณนั้นใช้เพียงทักษะการบวกและหารเลข 2 หลักเท่านั้น

ผมเชื่อว่านักวิเคราะห์สามารถฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของคณิตศาสตร์ระดับประถม (ทักษะการอ่านและตีความโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน ทักษะการมองเห็นภาพและจินตนาการ และทักษะการอนุมาน พินิจพิเคราะห์ และใช้สัญชาตญาณ) อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อผมได้อ่านหนังสือ Are You SmartEnough to Work at Google? ผมพบว่ามีการใช้ปริศนาทางคณิตศาสตร์เพื่อคัดเลือกนักงานเข้าทำงานกับ Google ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงาน และหลักการแก้ปัญหาของคณิตศาสตร์ประถมมีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะนี้

ในบทความต่อๆไป ผมจะสรรหาโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนระดับประถมมาแบ่งปันกับท่านเพื่อพัฒนาเซนส์ด้านข้อมูลไปด้วยกันครับ


แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.
แสดงความคิดเห็น (0)
To Top