การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เพิ่มเซนส์ด้านข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการคิดเชิงคำนวณ
ผมขอแนะนำให้ท่านศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเซนส์ด้านข้อมูลของท่าน
สิ่งสำคัญก่อนจะศึกษาการคิดเชิงคำนวณ ต้องเริ่มจากความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของโจทย์ปัญหาที่ท่านต้องวิเคราะห์
โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามระดับของเซนส์ด้านข้อมูลในการคิดวิเคราะห์ที่ต่างกัน
ระดับที่ 1 โจทย์ปัญหาที่พอเห็นปุ๊บก็รู้วิธีแก้โจทย์ทันที
โจทย์ปัญหาระดับนี้คือโจทย์ปัญหาที่ท่านเคยแก้มาก่อน
หรือ โจทย์ปัญหามีรูปแบบเดียวกับที่ท่านมีความรู้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการแก้โจทย์ปัญหาด้วยการใช้เซนส์ด้านข้อมูลระดับที่ง่ายที่สุด
การแก้โจทย์ประเภทนี้ท่านจะรู้สึกว่า “ทำได้” ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับความมั่นใจให้กับท่านในการแก้ไขโจทย์ปัญหาในระดับต่อไป
อย่างไรก็ดีโจทย์
ปัญหาในระดับนี้อาจมีก็มีอีกด้านของเหรียญ ท่านอาจติดอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย (comfort zone) โดยกลัวและกังวลว่าการวิเคราะห์อาจผิดพลาด
หรือ ขาดความมั่นใจเมื่อเจอโจทย์ในระดับที่สูงขึ้น ส่งผลให้ท่านไม่กล้าตัดสินใจ
เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และทำให้ท่านอาจไม่สามารถก้าวข้ามไปโจทย์ปัญหาระดับที่ 2
ได้
ระดับที่ 2
โจทย์ปัญหาที่พอจะเข้าใจประเด็นปัญหาอยู่บ้าง ไม่ถึงกับรู้วิธีแก้แบบทันที
การแก้โจทย์ปัญหาระดับนี้
ท่านต้องเรียบเรียงกระบวนการคิด ดึงความรู้ที่มีอยู่ออกมา
เชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เซนส์ด้านข้อมูลที่สูงขึ้นกว่าโจทย์ระดับที่ 1 ผสานกับเซนส์ด้านเทคนิค
และเซนส์ด้านธุรกิจ ที่เข้มข้นขึ้น
โจทย์ปัญหาระดับนี้เสริมสร้างทักษะในการแก้ไขโจทย์ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น
โดยท่านจะต้องก้าวข้ามจากพื้นที่ปลอดภัย (comfort zone) ในระดับที่ 1 ด้วยการสะสมความรู้และฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์
ฝึกเชื่อมโยงผสมผสานเรียบเรียงความรู้ที่สะสมไว้ เพื่อนำมาใช้แก้โจทย์ปัญหาในระดับที่
2 ได้อย่างมีประสิทธิผล
ระดับที่ 3
โจทย์ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน และไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร
การแก้โจทย์ประเภทนี้เป็นความท้าทายอย่างสูงสุด
เมื่อเจอโจทย์ปัญหาระดับนี้ท่านอาจเกิดความท้อแท้ระหว่างการแก้โจทย์หากแก้โจทย์ไม่ได้
ดังนั้นโจทย์ประเภทนี้จึงเป็นโจทย์ที่ช่วยฝึกฝนการแก้ปัญหาในขั้นสูงสุด เพื่อให้ท่านพัฒนาทั้งด้านทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยเซนส์ทั้ง
3 เพิ่มเติมด้วยการพัฒนาความมุ่งมั่นอดทน
เอาชนะใจตนเอง เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในฟันฝ่าอุปสรรคอันเนื่องมาจากความไม่รู้และไม่เคยเจอ
การแก้โจทย์ในระดับนี้จะต้องอาศัยทั้งความพยายามฝึกฝนพื้นฐานในโจทย์ระดับที่
1 และระดับที่ 2 มาพอสมควร เนื่องจากโจทย์ในระดับนี้จะเป็นการฝึกทักษะอื่นๆ
ที่จำเป็นต่อการแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนด้วย
ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาระดับนี้ต้องใช้
“รากฐาน” ของกระบวนการคิดเชิงคำนวณมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์อันได้แก่
- แยกเป็นส่วนย่อย (Decomposition) - แบ่งโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนเป็นชิ้นส่วนย่อยเพื่อให้จัดการโจทย์ได้ดีขึ้น
- มองหารูปแบบ (Pattern Recognition) - มองหาความคล้ายคลึงกันระหว่างโจทยปัญหาและภายในโจทย์ปัญหา
- ตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง (Abstraction) - มุ่งเน้นไปที่ข้อมูลสำคัญเท่านั้น ตัดรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป
- จัดเป็นขั้นตอน (Algorithm) - พัฒนาวิธีการแก้ไขโจทย์ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้ปฏิบัติได้
รากฐานทั้ง
4 ด้านมีความสำคัญเปรียบเหมือนเหมือนขาโต๊ะ
ถ้าขาข้างหนึ่งหายไปโต๊ะจะล้ม การฝึกใช้รากฐานนี้ในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนจะช่วยพัฒนาดาต้าเซนส์ให้เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างการคิดเชิงคำนวณที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
เมื่อท่านต้องขับรถไปหาเพื่อนในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน
ท่านอาจต้องวางแผนเส้นทางการเดินทางก่อนออกจากบ้านด้วย Google Map เพื่อพิจารณาเส้นทางที่มีอยู่ และเส้นทางที่
'ดีที่สุด' ซึ่งอาจหมายถึง เส้นทางที่สั้นที่สุด
เส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด หรือเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุดและไม่ขึ้นทางด่วน
จากนั้นท่านจะขับตามคําแนะนําทีละขั้นตอนเพื่อไปยังจุดหมาย
ในกรณีนี้ Google Map
ประมวลผลโดยใช้การคิดเชิงคำนวณดังนี้
เส้นทางที่ซับซ้อนถูกแบ่งออกเป็นขั้นตอนเล็ก
ๆ น้อย ๆ (แยกเป็นส่วนย่อย - detraction)
มุ่งเน้นเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางนั้น
เช่น สภาพการจราจรจาก GPS ข้อมูลอุบัติเหตุ (ตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง - Abstraction)
พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางก่อนหน้านี้
เช่น สภาพการจราจรของวันทำงานกับวันหยุด สภาพการจราจรเมื่อฝนตก (มองหารูปแบบ - Pattern Recognition)
เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดตามเงื่อนไข
เพื่อระบุขั้นตอนการเดินทาง เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน (จัดเป็นขั้นตอน - Algorithm)
ดังนั้นทุกครั้งที่ท่านเดินทางออกนอกบ้าน
ท่านสามารถฝึกวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยกระบวนการคิดเชิงคำนวณด้วยการวางแผนการเดินทางผ่าน
Google Map และทดลองแบ่งการวิเคราะห์เส้นทางออกเป็น 4 ส่วนตามรากฐานข้างต้น เพื่อเพิ่มพูนกระบวนการคิดเชิงคำนวณของท่านซึ่งเป็นการเพิ่มเซนส์ด้านข้อมูลด้วย
การฝึกฝนเพิ่มเซนส์ด้านข้อมูลของนักวิเคราะห์ชั้นนำ
จากประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปประชุมกับนักวิเคราะห์ข้อมูลเก่งๆระดับโลก พบว่าส่วนใหญ่จะเล่นเกมปริศนาทางคณิตศาสตร์ (math puzzle) ในเวลาว่าง จากที่เคยสนทนากันพบว่ามีการพูดถึงโจทย์บางข้อใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงจะหาคำตอบได้
ซึ่งพวกเขาถือได้ว่าเป็นความท้าทาย และได้ฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อเพิ่มพูนเซนส์ด้านข้อมูลในการทำงาน
ดังนั้นนอกเหนือจากการฝึกใช้
Google Map ในการพัฒนากระบวนการคิดเชิงคำนวณแล้ว ผมแนะนำให้เล่นเกมปริศนาทางคณิตศาสตร์
ซึ่งใช้เพียงความรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมเท่านั้น แต่มีโจทย์จำนวนมากเป็นความยากของโจทย์ปัญหาในระดับ
3 คือ โจทย์ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน และไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร
ผมจะคัดสรรปริศนาทางคณิตศาสตร์มาแบ่งปันกับท่านเพื่อพัฒนากระบวนการคิดเชิงคำนวณ
และวางรากฐานเซนส์ด้านข้อมูลให้กับท่านในโอกาสต่อไปครับ
