สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล - Data Analytics Recipe

0

การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเฉียบคมเหมือนกับการรังสรรค์อาหารของเชฟระดับมิชลินสตาร์

data analytics, data literacy, business acumen, business analytics, การวิเคราะห์ข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก, from data to insights to decision, data analytics recipe, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อเราให้วัตถุดิบส่วนผสม (ingredients) และอุปกรณ์ทำครัว (utensils) ที่เหมือนกันทุกประการให้กับเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ท่านรังสรรค์อาหารให้กับเราทาน ท่านคิดว่าอาหารจะเหมือน หรือ แตกต่างกัน อย่างไร

ใช่แล้วครับ คำตอบคือ “แตกต่างกัน” เพราะการทำอาหารของเชฟแต่ละท่านแม้ว่าจะใช้วัตถุดิบส่วนผสมเดียวกัน และใช้อุปกรณ์ทำครัวที่เหมือนกัน เชฟก็จะรังสรรค์อาหารรสเลิศที่แตกต่างกันในสไตล์ของตัวเอง ด้วยความมุ่งมั่นพิถีพิถันในการปรุงรสเพื่อส่งมอบความสุขให้กับเราอย่างสุดความสามารถ

เชฟแต่ละท่านกว่าจะผ่านมาตรฐานมิชลินสตาร์ ต้องมีประสบการณ์การทำอาหารมาอย่างโชกโชน เพื่อพัฒนาทักษะการทำอาหาร การปรุงรสชาติ และความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนความสม่ำเสมอในคุณภาพของอาหาร ซึ่งถือได้ว่าเป็นการผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ในการรังสรรค์อาหารรสเลิศ 

หากเปรียบนักวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเชฟนั้น วัตถุดิบส่วนผสม (ingredients) ก็คือ ข้อมูลและบริบท (data & context) อุปกรณ์ทำครัว (utensils) ก็คือ เครื่องมือและซอฟท์แวร์ (data processing machines & software) ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อรังสรรค์อาหารเลิศรส (delicious foods) ก็คือ ข้อมูลเชิงลึก (insights) ในการตัดสินใจอย่างเฉียบคม

data analytics, data literacy, business acumen, business analytics, การวิเคราะห์ข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก, from data to insights to decision, data analytics recipe, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

แม้ว่าจะมีข้อมูลชุดเดียวกัน ใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์แบบเดียวกัน นักวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละคนจะประยุกต์ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจได้ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนกัน

นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพจะต้องฝึกฝนพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ความเข้าใจในบริบท และความคิดสร้างสรรค์ในการอ่านข้อมูล ตลอดจนความสม่ำเสมอในคุณภาพของข้อมูลเชิงลึกที่วิเคราะห์ ไม่ต่างจากเชฟที่ผ่านมาตรฐานมิชลินสตาร์นั่นเอง

data analytics, data literacy, business acumen, business analytics, การวิเคราะห์ข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก, from data to insights to decision, data analytics recipe, สูตรสำเร็จการวิเคราะห์ข้อมูล, สูตรลับการวิเคราะห์ข้อมูล, แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จ

สูตรลับในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ นักวิเคราะห์ต้องพัฒนาเซนส์ (sense) ใน 3 ด้านอย่างสมดุลได้แก่

เซนส์ด้านข้อมูล (Data Sense) 

เซนส์ด้านข้อมูลเปรียบได้กับเชฟมีเซนส์ที่เข้าใจวัตถุดิบและเลือกใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหาร 

ผมได้มีโอกาสดูรายการแข่งขันทำอาหาร ทุกครั้งเชฟผู้ตัดสินก็จะย้ำกับผู้เข้าแข่งขันว่า “การเป็นเชฟที่ดีต้องศึกษาหาความรู้เรื่องวัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอ” ผลลัพธ์ก็คือผู้ผ่านการทดสอบแทบทุกคนไม่เคยรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบนั้นมาก่อน แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้ทักษะที่เคยฝึกฝนจากการศึกษาวัตถุดิบอื่นที่สามารถใช้ทักษะใกล้เคียงกันได้เพราะมีเซนส์ด้านวัตถุดิบ

สำหรับนักวิเคราะห์มี “ข้อมูล” และ “บริบท” เป็นวัตถุดิบส่วนผสม ดังนั้นนักวิเคราะห์ที่ดีต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับข้อมูลที่หลากหลาย และบริบทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่วิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งฝึกฝนการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับบริบทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขยายขอบเขตความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกให้ครอบคลุมมากขึ้น หากเจอกับโจทย์ปัญหาการวิเคราะห์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน นักวิเคราะห์ก็จะสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะที่ฝึกฝนมานั้นได้อย่างมีประสิทธิผล และยังสามารถต่อยอดความชำนาญจากประสบการณ์การวิเคราะห์ที่หลากหลายขึ้นจากโจทย์ปัญหาที่ยากขึ้น

การฝึกฝนการใช้ข้อมูลร่วมกับบริบทมาอย่างเชี่ยวกรำ จะพัฒนาเซนส์ด้านข้อมูล (data sense) ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล (data) ให้กลายเป็น (insights) ได้แม้อาจไม่เคยวิเคราะห์ข้อมูลประเภทนั้นมาก่อน

เซนส์ด้านเทคนิค (Technical Sense) 

เซนส์ด้านเทคนิคเปรียบได้กับเชฟที่มีเซนส์เข้าใจเครื่องมือและเลือกใช้เครื่องมือในการปรุงอาหาร

ผมเคยดูรายการแข่งขันเชฟของประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับศิลปะการทำอาหารชั้นสูง การใช้มีดกับวัตถุดิบส่วนผสมที่ต่างกัน รูปแบบการหั่น/เฉือนที่ต่างกัน ขนาดการหั่น/เฉือนที่ต่างกัน มีผลต่อรสชาติของอาหารอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเชฟอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีทักษะพื้นฐานการใช้มีดที่ดี แต่เชฟที่ประสบความสำเร็จจะฝึกฝนศิลปะในการประยุกต์ใช้มีดทำอาหารในขั้นสูง เลือกใช้มีด และวิธีการหั่น/เฉือนให้เหมาะสมกับวัตถุดิบส่วนผสม เพื่อให้รสสัมผัสส่งเสริมรสชาติอาหารโดยรวมให้ละมุนลิ้นมากยิ่งขึ้น

นักวิเคราะห์ก็เปรียบเช่นเดียวกับเชฟ ฝึกฝนเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นจะต้องฝึกฝนศิลปะการใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและบริบทของข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจให้เฉียบคมยิ่งขึ้น 

เนื่องจากเครื่องมือและซอฟท์แวร์มีการแข่งขันกันพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้งานทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ยิ่งต้องอัปเดทความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาฝึกฝนเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์อยู่เสมอ 

ในอนาคตอันใกล้จะมีการนำเอา AI มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบพร้อมใช้มากขึ้น มีผู้พัฒนา Auto Machine Learning (เช่น DataRobot) ที่ทำให้ Machine Learning ง่ายขึ้น สำหรับผู้ไม่มีความรู้ด้าน coding ก็สามารถทำโมเดลได้ ดังนั้นนักวิเคราะห์ต้องศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้ปรับตัวต่อเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด 

ผมเชื่อว่าการพัฒนาของเครื่องมือและซอฟท์แวร์จะมีการพัฒนาในอัตราที่ก้าวกระโดด การฝึกฝนการใช้เครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและบริบทของข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเซนส์ด้านเทคนิค (technical sense) ที่ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือและซอฟท์แวร์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล

เซนส์ด้านธุรกิจ (Business Sense) 

เซนส์ด้านธุรกิจเปรียบได้กับเชฟที่มีเซนส์ว่าอาหารเลิศรสนั้นมีรสชาติเช่นไรและนำมาปรุงอาหารรสชาติตอบโจทย์ลูกค้า

เชฟฝีมือดีจำนวนมากมุ่งมั่นเรียนรู้จากประสบการณ์โดยเข้าทำงานเพื่อฝึกฝนกับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ หรือโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำ ตลอดจนเรียนรู้จากตำราหรือวีดีโอการทำอาหารเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพูนความรู้นอกเหนือจากงานในครัวที่ทำเป็นประจำ เมื่อมีโอกาสจะออกเดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพื่อทดลองชิมอาหารเลิศรสของท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อศึกษารสชาติและส่วนประกอบของอาหารนั้นๆ แล้วนำมาปรับใช้ในการรังสรรค์เมนูใหม่ของตนเอง

การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจให้เฉียบคม นักวิเคราะห์ก็ควรเรียนรู้จากประสบการณ์จากนักวิเคราะห์ธุรกิจเก่งๆ หรือ หลักสูตรที่สอนเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ ตลอดจนศึกษาเพิ่มเติมต่อเนื่องจากแหล่งอื่นๆ เรียนรู้หลักการบริหารธุรกิจ ตัวอย่างการวิเคราะห์ธุรกิจ รวมถึงฝึกทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามพื้นฐานความรู้การบริหารธุรกิจ จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ บทความ วีดีโอ เพื่อสร้างความเฉียบคมทางธุรกิจ (business acumen)

การฝึกฝนวิเคราะห์ข้อมูลตามพื้นฐานความรู้การบริหารธุรกิจ จะพัฒนาเซนส์ด้านธุรกิจ (business sense) ซึ่งช่วยเพิ่มให้ผลการวิเคราะห์ตอบโจทย์ธุรกิจ มีส่วนสนับสนุนการตัดสินใจที่เฉียบคมเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความท้าทายด้านเซนส์ของเชฟและนักวิเคราะห์

ความท้าทายที่สำคัญของเชฟที่คือการรับรู้รสชาติของอาหาร เนื่องจากเชฟต้องชิมอาหารที่ปรุงก่อนเสริฟทุกครั้ง หากเชฟไม่สามารถรักษามาตรฐานการรับรู้รสชาติได้ อาทิ เอนเอียงไปทางรสหวานหรือที่เรามักจะเรียกว่า “ติดหวาน” รสชาติของอาหารที่รังสรรค์ก็จะไม่กลมกล่อมตามที่ควรจะเป็น อันเนื่องจากการรับรู้รสชาติขณะชิมไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั่นเอง ดังนั้นเชฟจึงต้องมีวินัยเพื่อรักษาความสามารถในการรับรู้รสชาติของตนเองให้มากที่สุด

นักวิเคราะห์ก็เผชิญความท้าทายที่คล้ายกัน เพียงแต่ในมุมของนักวิเคราะห์จะมีปัญหาเรื่องความลำเอียงทางจิตวิทยา (psychological bias) ของการวิเคราะห์ ความลำเอียงทางจิตวิทยาที่พบบ่อยในหมู่นักวิเคราะห์คือ ความลำเอียงเพื่อยืนยัน (confirmation bias) อาทิ ตั้งคำถามเพื่อที่จะได้รับคำตอบจากการวิเคราะห์ที่นับสนุนความเชื่อหรือความคิดของตนเอง แล้ววิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะในส่วนนี้เท่านั้นแทนที่จะสืบเสาะวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หรือตีความหมายของข้อมูลเอนเอียงไปตามความเชื่อหรือความคิดของตน

ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงควรศึกษาเกี่ยวกับความลำเอียงทางจิตวิทยา ตลอดจนหาแนวทางป้องกัน หรือลดความลำเอียงให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การวิเคราะห์นั้นสนับสนุนการตัดสินใจที่เฉียบคมตามเหตุผลและข้อเท็จจริง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.
แสดงความคิดเห็น (0)
To Top